STATUS EROS-200.2



รูปลักษณ์ที่แข็งแกร่งดูบึกบึน แฝงความสวยงามในสไตล์เพาเวอร์แอมป์ EROS ของ EROS-200.2

 

ประเด็นสำคัญ คือ การถ่ายทอดระดับความดังเสียงแม้จะฟังแบบแฟลต ก้ตาม เมื่อเร่งระดับความดังเสียงขึ้นไป ภาคขยายของเพาเวอร์แอมป์รุ่นนี้ก็ยังสามารถรองรับและถ่ายอทดระดับความดังเสียงออกมาโดยไม่ปรากฏอาการเสียงแตกพร่าแต่อย่างใด ทำให้เมื่อฟังร่วมกับเพลงคลาสิค สามารถถ่ายทอด ไดนามิกคอนทราสต์ของเสียง ได้เต็มสูบ สำหรับฟังก์ชั่นยกเบสปรับยกได้พอประมาณ แต่ส่วนตัวผมไม่นิยมเท่าไร เพราะถ้าคุณยกเบสขึ้นมากมาๆ เบสจะดูอ้วนแต่ต้องแลกกับหัวโนีตเบสที่ไม่คม ก็ได้อย่างเสียอย่าง ฟังแบบแฟลตจะลงตัวกว่าครับ

เพาเวอร์แอมป์ STATUS อนุกรม EROS รุ่น 200.2 เป็นเพาเวอร์แอมป์คลาส AB สเตอริโอ 2 แชนแนล รุ่นใหญ่ของอนุกรม ที่ออกแบบมุ่เง้นนเรื่องการถ่ายทอดพลังขับเคลื่อนในระดับสูง เหมาะกับการนำไปใช้งานในระบบเครื่องเสียงรถยนต์ที่ต้้องการพลังขับเคลือนในระดับสูง โดยเฉพาะการถ่ายทอดระดับความดังเสียงที่สมจริง แน่นอนว่า ด้วยแนวคิดการออกแบบที่ฟังดูง่ายอย่างนี้แต่ในแง่้มุมการออกแบบแล้วถือว่าไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะการจะทำให้เพาเวอร์แอมป์สามารถถ่ายทอดคุณสมบัติลักษณะนี้ออกมาได้ จะต้อง มีการออกแบบเผื่อหรือรองรับในจุดต่างๆที่ดีพอ มิฉะนั้น โอกาสจะไปถึงดวงดาว ที่กล่าวไว้เป็นเรื่องที่ยากเย็นไม่ใช่เล่น

 EROS 200.2 จึงเป็นผลงาน ที่ STATUS บรรจงคัดสรรเพื่อนักเล่นเครื่องเสียงรถยนต์ทุกระดับ ภายใต้การออกแบบที่พิถีพิถัน ให้ได้ประสิทะฺภาพการทำงานในระดับสูง และได้คุณภาพเสียงที่น่าฟังมีความสมจริงมากที่สุด ซึ่งผมได้นำเพาเวอร์แอมป์รุ่นนี้มาทำการทดสอบ อยู่ราว 1 เดือน จึงมีแง่มุมต่างๆ ที่น่าสนใจ อยู่ไม่น้อย ก็เลยถือโอกาสที่จะนำมาเล่าสู่กันฟังให้ท่านผู้อ่านลองพิจารณาถึงเขี้ยวเล้บและความพร้อมสรรพ ของเพาเวอร์แอมป์รุ่นนี้

ตัวเครื่องหรูเรียบลงตัว

ตัวเครื่องของ EROS-200.2 ได้รับการออกแบบในทำนองเดียวกับเพาเวอร์แอมป์รุ่นอื่นของอนุกรม EROS ด้วยตัวเครื่องทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าตัวเครื่องขัดเงา ทำให้ผิวของตัวเครื่องดูคล้ายกับ สีไทเทเนียม ด้านบนตัวเครื่องเป็นครีบระบายความร้อนแบบร่องลึกยาวตลอดแนวยาวของตัวเครื่อง ช่วยในการระบายความร้อนออกจากตัวเครื่องได้อย่างรวดเร็ว มีโลโกที่ทำจากพลาสติกฉีดขึ้นรูปอยู่ด้านบนของตัวเครื่อง โดยมีขนาดตัวเครื่องรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า

 
ไม่ว่าจะมองมุมไหนก็ดูสวยงามโฉบเฉี่ยว อีกมุมหนึ่งของ EROS-200.2
 

หัว/ท้ายเครื่องออกแบบ เป็นตำแหน่งของขั้วต่อสายไฟสายลำโพง และ ช่องต่อสัญญาณขาเข้าตลอดจนปุ่มควบคุมการทำงานขาเข้าของตัวเครื่อง เพื่อความสะดวกในการควบคุมสั่งการ การต่อพ่วงระบบเพื่อการใช้งาน การออกแบบครีบระบายความร้อนมีความสัมพันธ์กับตัวเครื่อง ทำให้มิติตัวเครื่องไม่ดูเทอะทะจนเกินไป แต่ยังคงการระบายความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ฟังก์ชั่นใช้งานครบครัน

ปุ่มควบคุมการทำงานขาเข้าของ เพาเวอร์แอมป์รุ่นนี้ ได้รับการออกแบบมาให้ครบเครื่อง สังเกตว่าการออกแบบจัดวางปุ่มควบคุมการทำงาน มีการจัดวางดูแปลกตาจากเพาเวอร์แอมป์ทั่วๆไป เนื่องจากช่องต่อสัญญาณขาเข้าและขาออกจะนำไปไว้ที่มุมด้านขวาของแผงควบคุม ส่วนปุ่มควบคุมการทำงานต่างๆ จัดวางเรียงในแนวนอน ยาวตลอดแนว ด้านหัว/ท้ายของเครื่อง

 
ช่องต่อสัญญาณขาเข้า/ขาออก ขั้วต่อสายไฟ สายลำโพง

ปุ่มควบคุมอื่นๆ ประกอบด้วย ขั้วต่อแบบ RJ ทำหน้าที่เป็นช่องต่อ รีโมทเบส สวิทช์เลื่อนสำหรับเลือกโหมดการทำงานของภาคขยาย ปุ่มปรับควบคุมการทำงานขาเข้า ได้แก่ ปุ่มปรับเกนการขยายขาเข้า ปุ่มปรับยกเบส ปุ่มปรับจุดตัดความถี่ย่าน Low Pass ปุ่มปรับความถี่ย่าน High pass  ของวงจรอิเล็กทรอนิกส์ครอสโอเวอร์เน็ทเวอร์กภายในตัวเครื่อง ทำให้สามารถใช้งาน ในการตัดแบ่งความถี่สำหรับขับลำโพงซับวูฟเฟอร์ หรือ ขับเคลื่อนลำโพงกลาง-แหลม

 ชุดปุ่มควบคุมการทำงานของเครื่องและช่องต่อสัญญาณขาเข้า/ขาออก

ฝั่งตรงกันข้ามของชุดช่องต่อและปุ่มควบคุมการทำงานขาเข้าของเพาเวอร์แอมป์ เป็นขั้วต่อสายไฟ สายลำโพงของเครื่อง ซึ่งผมเน้นเสมอว่าการออกแบบเพาเวอร์แอมป์ที่ดีนอกจากโครงสร้างภายในที่ดีและถึงหร้อมแล้ว ช่องทางการเชื่อมต่อสายไฟ สายลำโพงจะต้องได้รับการออกแบบด้วยคามพิถีพิถัน จึงจะสามารถทำให้ การทำงานของเพาเวอร์แอมป์มีประสิทธิภาพการทำงานในระดับ สูงที่สุด

ขั้วต่อสายไฟ/สายลำโพงของเครื่อง เน้นการเข้าสายไฟและสายลำโพงที่มีพื้นที่หน้าตัดขนาดใหญ่

กรณีของ EROS-200.2 ได้รับการออกแบบในส่วนของขั้วต่อสายไฟ สายลำโพงด้วยความพิถีพิถัน ตัวขั้วผลิตจากโลหะกลึงขึ้นรูปชุบทอง ห่อหุ้มด้วยฉนวนพลาสติกใสเนื้อแข็ง ประเด็นที่น่าสนใจอยู่ที่ ตัวขั้วต่อสายทั้ง 2 ส่วน ได้รับการออกแบบให้มีช่องเข้าสายไป และสายลำโพงที่สามารถเข้าสายไฟ สายลำโพงที่มีขนาดของพื้นที่หน้าตัดตัวนำขนาดใหญ่ได้ นั่นหมายถึงว่า เพาเวอร์แอมป์รุ่นนี้สามารถ ใช้งานร่วมกับสายไฟที่มีขนาดใหญ่ รวมถึงสายลำโพงขนาดใหญ่ๆ ได้ นั่นหมายถึงว่า ความสามารถในการส่งทอดแรงดันไฟฟ้าและสัญญาณเสียงจะทำได้ดีตามไปด้วย

 โครงสร้างภายในของ EROS-200.2 อัดแน่นด้วยวงจรและซ่อนขุมพลังเอาไว้อย่างพร้อมมูล

วงจรภายในเน้นขุมพลัง

โครงสร้างภายในของ EROS-200.2 มีโครงสร้างแบบออนบอร์ด เน้นความสมมาตร วงจรแหล่งจ่ายไฟระบบสวิทช์ชิ่ง  ขนาดใหญ่ ใช้ขดลวดวงแหวนขนาดใหญ่ 2 ชุด  เพื่อการถ่ายทอดพลังงานไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ จุดนี้จะแตกต่างจากเพาเวอร์แอมป์สเตอริโอ ทั่วๆไป ที่มักใช้ชุดขดลวดแวงแหวนเพียง 1 ชุด การเลือกใช้ชุดขดลวดวงแหวน 2 ชุด จะทำให้การอัดฉีดพลังงานไฟฟ้าทำได้เป็นอย่างดี ขาเข้าของวงจรแลห่งจ่ายไฟ จะออกแบบใช้ตัวเก็บประจุอิเล็กโทรไลติก   ความจุ 2200 ไมโครฟารัด 35 โวลท์ จำนวน 4 ตัว กรองแรงดันขาเข้าให้ราบเรียบ จากนั้นจึงส่งแรงดันที่กรองให้ราบเรียบในระดับหนึ่งแล้วส่งผ่านไปยังวงจรกำเนิดสัญญาณสวิทช์ชิ่ง ที่ใช้ ไอ.ซี.TL494 รับผิดชอบในการทำงาน

 
 ชุดขดลวดวงแหวนแบบคู่เน้นการอัดฉีดพลังงาน ตัวเก็บประจุกรองแรงดัน ขาเข้าวงจรแหล่งจ่ายไฟ

ขาออกวงจรแหล่งจ่ายไฟ ใช้ตัวเก็บประจุ อิเล็กโทรไลติก ค่าความจุเท่ากัน อีก 8 ตัว มาต่อกรองแรงดันขาออกของวงจรแหล่งจ่ายไฟเพื่อให้แรงดันไฟมีความราบเรียบมากที่สุด จากนั้นจึงส่งไปเลี้ยงงจรขาเข้าและ วงจรภาคขยายเสียง วงจรแหล่งจ่ายไฟนั้นยังมีการเลือกสรรใช้งานอุปกรณ์เฟทและทรานซิสเตอร์ความเร็วสูงมาทำหน้าที่เป็นสวิทช์ความเร็วสูง สำหรับการผลิตสัญญาณสวิทช์ชิ่งรองรับการทำงานของวงจรแหล่งจ่ายไฟ

 
 ตัวเก็บประจุกรองแรงดันขาออกมีให้ถึง 8 ตัว  ชิพ ไอ.ซี.กำเนิดสัญญาณสวิทช์ชิ่งในวงจรแหล่งจ่ายไฟ

วงจรขาเข้าเลือกใช้ ไอ.ซี.ออปแอมป์ รองรับการทำงาน  ทั้งในส่วนวงจรดิฟเฟอร์เรนเชียล อินพุท รวมถึงการทำงานของวงจร อิเล้กทรอนิกส์ครอสฯ และส่วนควบคุมการทำานของวงจรรีโมทเบส ก่อนจะส่งสัญญาณเสียงขาออกป้อนเข้าวงจรภาคขยายสัญญาณเสียงทั้ง 2 แชนแนล ต่อไป

 
  ชุดเฟทและทรานซิสเตอร์ในวงจรแหล่งจ่ายไฟ  วงจรภาคขยายระบบ Discrete Bipolar

วงจรภาคขยายสัญญาณเสียงได้รับการออกแบบในลักษณะ วงจรภาคขยายเสียง ระบบไบ-โพลาร์  แบบ Discrete เน้นการออกแบบวงจรในลักษณะ สมมาตร การถ่ายทอดพลังขับเคลื่อน ได้สูง การจัดวงจรการทำงานของภาคขยายใน EROS-200.2  STATUS เลือกใช้ทรานซิสเตอร์ แชนแนลละ 10 ตัว โดยเฉพาะในภาคขับหรือภาค Drive จะใช้ทรานซิสเตอร์เกนการขยายสูงถึง 2 ตัว รองรับการขยายเกนของวงจรให้สุงมากพอ ก่อนจะส่งไปยังภาคขยายภาคสุดท้าย (Final Stage) ซึ่งมีทรานซิสเตอร์กำลังสูงแชนแนลละ 6 ตัว ต่อขนานเพื่อเพิ่มเกนการขยายในระดับสูงสุด  ภาพรวมของวงจรภาคขยาย บ่งชี้ในเบื้องต้นว่าเน้นการรีดพลังขับเคลื่อน ที่หนักแน่นและต่อเนื่องค่อนข้างชัดเจน

เงื่อนไขการทดสอบ

อุปกรณ์ที่ร่วมในการทดสอบ การทำงานของ EROS-200.2 ประกอบด้วยชุดอ้างอิง ดังนี้

- เฮดยูนิต                          JVC KD-G545
- ลำโพง                             BOSTWICK LAX-K2


แผ่น CD ที่ใช้ประกอบการทดสอบ ประกอบด้วย

- แผ่น  Audiophile Female Voices
- แผ่น  The Hunter
- แผ่น  The Absolute Sound2005

การทดสอบ เพาเวอร์แอมป์รุ่นนี้ มีการเบอร์น-อิน ประมาณ 2 สัปดาห์เพื่อให้มีความพร้อมในการใช้ทดสอบ  เริ่มการทดสอบในโหมดซิงเกิ้ลแอมป์ โดยตั้งโหมดการทำงานในรูปแบบ แฟลต ร่วมกับการทดสอบแบบโมโนเพื่อทดสอบพลังขับเคลื่อน

 
ชุดทรานซิสเตอร์ภาคขับ(ซิงค์สีบรอนซ์)ก่อนออก
เอาท์พุท 
 วงจรขาเข้าของเพาเวอร์แอมป์

พลังสำรองดี ตอบสนองการสวิงเสียงได้น่าประทับใจ

การทดสอบในโหมดสเตอริโอ เพื่อพิสูจน์ ประสิทธิภาพการทำงานภาคขยายของ EROS-200.2 กับหลายๆแทรคในแผ่น  Audiophile Female Voices ซึ่งเป็นแนวเพลง Easy Listening และโชว์เสียงร้องของนักร้องสาย อย่างในแทรคที่ 3 Tennessy Waltz  ซึ่งในแผ่นนั้นจะมีเสียงร้องของนักร้องสาว ที่ให้รายละเอียดการถ่ายทอดเสียงจากริมฝีปาก เสียงกระดกลิ้น หากเพาเวอร์แอมป์ที่มีความสามารถถ่ายทอดรายละเอียดเสียงได้ดี เสียงกระดกลิ้นและลมรอดริมฝีปากจะมีความชัดเจนและมีความรื่นไหล การถ่ายทอดเมโลดี้ดนตรี จะให้ความต่อเนื่องน่าฟัง

จากการทดสอบ พบว่าภาคขยายเสียงของ EROS-200.2 สามารถทำการถ่ายทอดรายละเอียดในจุดนี้ออกมาได้ดีทีเดียว เสียงลมรอดริมฝีปากมีความชัดเจน สอดรับกับเสียงกระดกลิ้นของนักร้องสาว ทำให้ภาพรวมของเสียงที่ทอดออกมาให้รายละเอียดเสียงได้ดี ขณะที่โทนัลบาลานซ์ของเสียง อยู่ในเกณฑ์ดี ความรื่นไหลของเสียงไร้รอยต่อ

ลองเปลี่ยนแผ่นที่ใช้ทดสอบมาเป็นแผ่น The Absolute Sound2005 ซึ่งเป็นเพลงแนวคลาสิค ที่สามารถแสดงความสามารถในการตอบสนองการสวิงเสียงได้ค่อนข้างชัดเจน ส่วนใหญ่ผมใช้แผ่นนี้ทดสอบความสามารถในการสวิงไดนามิกเสียงของภาคขยาย

ในการทดสอบหลายๆแทรค พบว่า ภาคขยายของ EROS-200.2 นี่ไม่ธรรมดา เพราะการถ่ายทอดความสามารถในการสวิงเสียง ของภาคขยายสามารถทำได้อย่างน่าทึ่ง โดยปกติอย่างในแทรคที่ 1 ของแผ่น คือ แทรค Major Brack ถ้าเพาเวอร์แอมป์ตัวไหนออกแบบให้มีไดนามิกเฮรูมไม่ดีแล้วละก้อ อาการอั้นของเสียง หรืออาการเสียงตื้อๆ จะปรากฏออกมาให้เห็นเพราะแทรคเพลงนี้มีการสวิงเสียงในย่านกว้าง แต่ภาคขยายของ EROS-200.2 สามารถตอบสนองการสวิงเสียงได้ในย่านกว้างอย่างน่าทึ่ง ทำให้สามารถถ่ายอทดอารมณ์ดนตรีคลาสิคออกมาได้อย่างเต็มที่

ประเด็นสำคัญ คือ การถ่ายทอดระดับความดังเสียงแม้จะฟังแบบแฟลต ก้ตาม เมื่อเร่งระดับความดังเสียงขึ้นไป ภาคขยายของเพาเวอร์แอมป์รุ่นนี้ก็ยังสามารถรองรับและถ่ายอทดระดับความดังเสียงออกมาโดยไม่ปรากฏอาการเสียงแตกพร่าแต่อย่างใด ทำให้เมื่อฟังร่วมกับเพลงคลาสิค สามารถถ่ายทอด ไดนามิกคอนทราสต์ของเสียง ได้เต็มสูบ สำหรับฟังก์ชั่นยกเบสปรับยกได้พอประมาณ แต่ส่วนตัวผมไม่นิยมเท่าไร เพราะถ้าคุณยกเบสขึ้นมากมาๆ เบสจะดูอ้วนแต่ต้องแลกกับหัวโนีตเบสที่ไม่คม ก็ได้อย่างเสียอย่าง ฟังแบบแฟลตจะลงตัวกว่าครับ

 
ปุ่มควบคุมการทำงานขาเข้า เป็นแบบผนึกมิดชิดป้องกัน
ฝุ่น 
 วงจรขาเข้าของเพาเวอร์แอมป์

บริดจ์โมโนน้องๆเพาเวอร์แอมป์คลาส D

เปลี่ยนเงื่อนไขการทดสอบมาเป็นการทดสอบการขับเคลื่อน ลำโพงซับวูฟเฟอร์ โดยนำลำโพงซับวูฟเฟอร์ BOSTWICK BOS-EX10D มาต่อทดสอบ ด้วยการบริดจ์เป็นโมโน จากการทดสอบพบว่าคามร้อนของเพาเวอร์แอมป์จะพุ่งสุงขึ้นพอสมควร แต่ไม่น่าวิตกแต่อย่างใด การปรับจุดตัดวคามถี่ของวงจร LPF ที่ตัวเพาเวอร์แอมป์ ให้ความสามารถในการปรับความถี่ได้ดี ยิ่งทดสอบการทำงานในเงื่อนไขนี้ยิ่งเป็นการยืนยันถึงความสามารถการถ่ายทอดพลังขับเคลื่อนอันเรื่องจากความสอดคล้องของการทำงานระหว่างวงจรภาคขยายเสียงกับวงจรแหล่งจ่ายไฟ

ในการทดสอบในหมวดนี้ผมทดสอบขับลำโพงวับวูฟเฟอร์ พบว่า การถ่ายทอดพลังขับยังคงลำเลียงกำลังขับออกมาได้อย่างหนักแน่น แม้ว่าหัวโน๊ตเบสจะไม่คมมากนัก(เนื่องจากบริดจ์เป็นโมโน) แต่ก้ให้ความหนักแน่นของเสียงและการตอบสนองการสวิงเสียงเบสได้โดยไม่ปรากฏอาการเสียงเฉื่อย หรืออาการตื้อของเสียงแต่อย่างใด เรียกว่าถ้าไม่ทราบข้อมูลก็คงคิดว่านี่คือเพาวอร์แอมป์คลาส D อย่างแน่นอน

 
 รีโมทเบสรูปทรงกะทัดรัด  ช่องต่อสายรีโมทเบส ใช้ช่องต่อ แบบRJ

สรุป

EROS-200.2 มีกำลังสำรองที่ดี ภาคขยายให้ความสามารถถ่ายทอดแรงปะทะได้น่าทึ่ง ทำให้เมื่อนำไปใช้งานในระบบเครื่องเสียง สามารถถ่ายทอดเสียงที่สมจริงให้ทั้งระดับความดังที่สมจริง การเร่งระดับความดังเสียงสามารถทำได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่เกิดเสียงพร่า เสียงแตก  ให้ความสมจริงดุจการฟังจากการแสดงสด  จุดเด่นอีกประการหนึ่ง คือ เรื่องของการสวิงไดนามิกเสียง ให้ไดนามิกคอนทราสต์ที่ดี ขณะที่การตอบสนองความถี่ย่าน กลางสูง ค่อนข้างแฟลต แต่รายละเอียดปลายแหลมจะไม่พริ้วมากนัก แต่ก็ไม่ได้ลดทอนความน่าฟังของเสียงโดยรวมแต่อย่างใด โดยภาพรวมสามารถจับคู่ลงตัวกับระบบเครื่องเสียงรถยนต์ ได้หลากหลาย ไม่มีข้อจำกัดในการแมทช์ซิสเต็มแต่อย่างใด ส่วนแนวเสียงโดยภาพรวม อยู่ในลักษณะเดียวกันกับ เพาเวอร์แอมป์คลาส AB รุ่นอื่นๆของอนุกรม EROS

 นำเข้าและจัดจำหน่ายโดย บ.ซิกส์มาร์ อิมปอร์ต จำกัด    โทร.  02-319-4264-68  แฟ็กซ์.  02-319-4269

 
 
Product Bewith
Products Eton
Products Status
Products Mcott
Product-Cooper
LEGEND FILM
ALASKA FILM
 
 
Copyrights © 2009 www.sigmaimport.co.th All Rights Reserved.
counter